thaivibecoding

Replit คือเอเจนต์สร้างแอปที่ทำงานในเว็บเบราว์เซอร์ พิมพ์อธิบายสิ่งที่อยากได้เป็นภาษาพูด แล้ว Replit Agent จะตั้งโปรเจกต์ เขียนโค้ด ตรวจงาน และแก้ปัญหาเอง ในที่เดียวกันมี preview, database (ฐานข้อมูลเก็บข้อมูลของแอป), ระบบสมาชิก, ที่เก็บไฟล์ และโฮสติ้งที่เรียกว่า Publishing นอกจากเว็บแล้วยังมีแอป iOS, Android และแอปเดสก์ท็อป

ไปที่เว็บ Replit replit.com

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับคนที่เขียนโค้ดไม่เป็น เพราะ Agent ทำงานเทคนิคทั้งหมด ทั้งเขียนโค้ด ตั้งโครงสร้างระบบ และตั้งค่า database และเมื่อแอปพังให้เล่าอาการให้ Agent ฟังแทนการไล่โค้ดเอง
  • เหมาะกับคนที่อยากได้ทุกอย่างในบัญชีเดียว เพราะ database, ระบบสมาชิก และโฮสติ้งเป็นของ Replit ไม่ต้องสมัคร dashboard แยกและไม่ต้องคัดลอก OAuth key
  • เหมาะกับเว็บแอปที่มีสมาชิกและข้อมูล เพราะ Replit App ทุกตัวมี database แบบ PostgreSQL มาให้ และแผนฟรีใช้ database กับระบบสมาชิกของ Replit ได้
  • เหมาะกับหน้า landing page และเว็บเนื้อหา เพราะมีการเผยแพร่แบบ Static สำหรับ landing page, portfolio และเว็บคู่มือ ค่าโฮสต์ฟรี คิดเฉพาะ $0.05 ต่อ GB ที่ส่งข้อมูลออก
  • เหมาะกับคนที่ย้ายงานมาจากที่อื่น เพราะนำเข้าได้จาก GitHub, Bitbucket, Vercel, Figma, Claude, Bolt, Lovable, Base44, ไฟล์ ZIP และ spreadsheet
  • เหมาะกับทีมเล็กที่ไม่อยากจ่ายรายหัว เพราะ Replit Pro ไม่มีค่าที่นั่งรายคน ใช้ credits (หน่วยเงินที่ใช้จ่ายค่าใช้งาน) ร่วมกัน รับผู้ร่วมงานได้ถึง 15 คน และผู้ชมอีก 50 คน

ไม่เหมาะกับ

  • คนที่อยากมีแอปออนไลน์ถาวรโดยไม่จ่ายเงิน ควรดูตัวอื่น เพราะแผน Starter เผยแพร่ได้ 1 แอป และลิงก์จะปิดเองหลัง 30 วัน ต้องเผยแพร่ใหม่
  • คนที่ต้องการส่งแอปขึ้น Google Play ยังไม่เหมาะ เพราะ Replit ยังไม่รองรับการเผยแพร่ไป Google Play และไม่รองรับ EAS CLI กับ EAS Build
  • คนที่ต้องการค่าใช้จ่ายคงที่ทุกเดือน ควรคิดก่อน เพราะงานในโหมด Power และ Max คิดเงินตามความซับซ้อนของแต่ละคำขอ และค่าโฮสต์ database กับที่เก็บไฟล์ก็หักจาก credits ก้อนเดียวกัน
  • คนที่ไม่อยากให้ prompt และเนื้อหาถูกใช้พัฒนาโมเดล และใช้แผน Starter หรือ Core ยังไม่เหมาะ เพราะตัวเลือกปิดการใช้ข้อมูลมีให้แผน Pro ส่วน Enterprise ไม่ถูกนำไปฝึกโมเดล
  • คนที่ตั้งใจสร้างที่นี่แล้วย้ายไปโฮสต์ที่อื่น ควรระวัง เพราะระบบสมาชิก database ที่เก็บไฟล์ และ AI Integrations เป็นบริการของ Replit และยังไม่มีข้อมูลว่าบริการเหล่านี้เป็นอย่างไรเมื่อโค้ดไปอยู่ที่อื่น

ทำได้แค่ไหน

  • Replit Agent (รุ่นปัจจุบันเรียกว่า Agent 4) สร้างเว็บแอป แอปมือถือ data dashboard และแอปที่มี AI อยู่ข้างใน จากคำสั่งภาษาพูด โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
  • เว็บแอปทุกตัวเป็น full-stack ตั้งแต่แรก มีทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน Agent ตั้ง API routes, database และ logic ฝั่ง server ให้เมื่อแอปต้องใช้
  • นอกจากแอปแล้วยังทำดีไซน์และ prototype บน Design Canvas, สไลด์, วิดีโอแอนิเมชัน และไฟล์อย่าง CSV, PDF, PowerPoint, Markdown ได้ หลายชิ้นงานอยู่ในโปรเจกต์เดียวและใช้หลังบ้านร่วมกันได้
  • สร้างแอปมือถือ iOS และ Android แบบ native ด้วย React Native และ Expo แสดง UI ของระบบจริง ไม่ใช่ webview และมีขั้นตอนพาส่งขึ้น TestFlight กับ App Store
  • เผยแพร่แอปขึ้นโฮสติ้งในตัวได้จากปุ่ม Publish ได้ที่อยู่ .replit.app และต่อ custom domain (ชื่อโดเมนของคุณเอง) ได้
  • รับเงินได้ผ่าน Whop Payments, Stripe Payments, RevenueCat Subscriptions สำหรับแอปมือถือ และ Shopify สำหรับสินค้าที่ต้องจัดส่ง

ใช้กับงานแบบไหนได้

คนที่เขียนโค้ดไม่เป็นเลยได้

ไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น Agent เขียนโค้ด ตั้งโครงสร้างระบบ และตั้งค่า database ให้ทั้งหมด การต่อโดเมนของตัวเองก็มีขั้นตอนตั้งค่า DNS แบบพาทำ

สร้างฟรีได้บางส่วน

แผน Starter ราคา $0 ใช้ Free Mode ที่มีเพดานรายวัน มี database และระบบสมาชิกในตัว แต่เผยแพร่ได้ 1 แอป ลิงก์ปิดหลัง 30 วัน มีป้าย Made with Replit และไม่มี Stripe, connectors, AI Integrations, Plan Mode กับโหมด Power และ Max ไม่ได้บอกว่าโควตาฟรีมีเท่าไร

เว็บไซต์หรือหน้า landing pageได้

มีคู่มือ Launch a landing page และการเผยแพร่แบบ Static สำหรับ landing page, portfolio และเว็บคู่มือ ค่าโฮสต์ฟรี คิด $0.05 ต่อ GB ที่ส่งข้อมูลออก

เว็บแอปที่มีระบบสมาชิกและฐานข้อมูลได้

เว็บแอปทุกตัวมีทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน มี database แบบ PostgreSQL มาให้ และ Agent ตั้ง Replit Auth หรือ Clerk Auth ให้โดยไม่ต้องสมัครบัญชีแยก แผนฟรีก็ใช้ database และระบบสมาชิกของ Replit ได้

แอปมือถือ iOS หรือ Androidได้บางส่วน

สร้างแอป native ด้วย React Native และ Expo และพาส่งขึ้น TestFlight กับ App Store ได้ โดยต้องเป็นสมาชิก Apple Developer Program แต่ยังไม่รองรับการเผยแพร่ไป Google Play ส่วน preview ด้วย iOS Simulator และ Android Emulator ต้องใช้แผน Core ขึ้นไป อีกทางคือดูบนมือถือจริงด้วย Expo Go

เอาโค้ดออกไปแก้หรือโฮสต์ที่อื่นได้บางส่วน

แผง Git push โค้ดขึ้น GitHub ได้ มีการ export โค้ดเป็นไฟล์ ZIP และโค้ดแอปมือถือเป็น React มาตรฐานที่คุณเป็นเจ้าของ แต่ยังไม่มีข้อมูลวิธีรันแอปนอก Replit และระบบสมาชิก database ที่เก็บไฟล์ กับ AI Integrations เป็นบริการของ Replit

เผยแพร่บนโดเมนของตัวเองได้

ต่อโดเมนที่มีอยู่หรือซื้อโดเมนใน Replit ได้จากแท็บ Domains หลังเผยแพร่แอป มี TLS ให้ จ่ายเฉพาะค่าโดเมนกับผู้ขายโดเมน ไม่ได้บอกว่าต้องใช้แผนใด แต่บนแผน Starter แอปที่เผยแพร่ยังปิดหลัง 30 วัน

สั่งเป็นภาษาไทยและทำแอปภาษาไทยยังไม่ชัด

ยังไม่มีข้อมูลว่าสั่งเป็นภาษาไทยได้หรือไม่ และไม่มีคำแนะนำเรื่องการทำแอปหลายภาษา คู่มือมีภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส ญี่ปุ่น และเกาหลี ไม่มีภาษาไทย

วิธีเริ่มใช้

เว็บ - สร้างแอปแรก

  1. สมัครบัญชี Replit ที่ replit.com ด้วย Google, GitHub, Facebook, Apple หรืออีเมลกับรหัสผ่าน เริ่มได้ฟรีโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
  2. เริ่มแชตใหม่ แล้วเลือก Website จากเมนู New หรือ Add attachment > Create something new > Website หรือพิมพ์อธิบายสิ่งที่อยากได้เลย
  3. เปิดตัวเลือกโหมดใต้ช่องพิมพ์ แล้วเลือก Free
  4. ส่ง prompt ที่บอกผลลัพธ์หนึ่งอย่าง เกณฑ์ที่มองเห็นได้ว่าสำเร็จ และสิ่งที่ยังไม่ต้องสร้าง เช่น login, database, การรับเงิน และการเชื่อมบริการอื่น
  5. รอ Agent วางแผน สร้างแอป เปิดแอป และตรวจผล Free Mode อาจใช้เวลาไม่กี่นาทีสำหรับการสร้างครั้งแรก
  6. ลองใช้ใน Preview เหมือนเป็นผู้เข้าชม และย่อ Preview ให้กว้างเท่าจอมือถือ
  7. ถ้ามีอะไรพัง ให้เล่าอาการให้ Agent ฟัง ไม่ต้องไล่หาสาเหตุในโค้ดเอง
  8. ขอแก้ทีละเรื่องที่ชัดเจน แล้ววนรอบ prompt, build, test, refine

เว็บ - เผยแพร่แอป

  1. กด Publish ที่มุมขวาบนของ Project Editor หรือสั่ง Agent ว่า Publish this app.
  2. ตรวจชื่อโดเมน .replit.app ที่สร้างให้
  3. เลือกระดับการเข้าถึง: Public, Password protected, Workspace only หรือ Invite only
  4. กด Review security แล้วกด Publish
  5. เมื่อแก้แอปภายหลัง ให้ทดสอบใน Preview แล้วกด Republish การแก้ไขจะไม่ขึ้นแอปจริงเอง และ URL ยังเป็นตัวเดิม

เว็บ - ต่อโดเมนของตัวเอง

  1. เผยแพร่แอปให้เสร็จก่อน
  2. เปิดแท็บ Domains แล้วเลือกต่อโดเมนที่มีอยู่ หรือซื้อโดเมนใน Replit
  3. ถ้าต่อโดเมนที่มีอยู่ ใช้การตั้งค่าแบบพาทำผ่าน Entri หรือเพิ่ม A record และ TXT record เอง
  4. ถ้าใช้ Cloudflare ให้ปิด proxy เป็น DNS only และเพิ่ม www เป็นรายการแยก
  5. เก็บ TXT record ชื่อ replit-verify ไว้ถาวร

แอปมือถือ (iOS และ Android)

  1. เริ่มแชตใหม่ แล้วเลือก Mobile app เป็นชนิดของแอป
  2. ดูแอปบนมือถือจริงด้วย Expo Go หรือใช้ iOS Simulator กับ Android Emulator ที่สตรีมมาในเบราว์เซอร์ (แผน Core, Pro และ Enterprise)
  3. ถ้าจะส่งขึ้น TestFlight หรือ App Store ให้สมัคร Apple Developer Program ก่อน แล้วทำตามขั้นตอนพาส่งของ Replit

ย้ายโปรเจกต์จากที่อื่น

  1. ไปที่ replit.com/import
  2. เลือกแหล่งที่มา: GitHub, Bitbucket, Vercel, Figma, Claude, Bolt, Lovable, Base44, ZIP, Spreadsheet หรือไฟล์ export ของ Agent
  3. งานจาก Lovable, Bolt และ Base44 ต้อง export เป็น GitHub repository (ที่เก็บโค้ดของโปรเจกต์) จากแอปนั้นก่อน
  4. ใส่ secrets ใหม่อีกครั้ง และย้ายข้อมูลใน Supabase เอง เพราะข้อมูลใน database เดิมไม่ถูกย้ายมา

สร้างอะไรได้บ้าง

เว็บแอปเป็นชนิดงานเริ่มต้นของ Replit และเป็น full-stack ตั้งแต่แรก งานที่ชูไว้คือ SaaS, ระบบใช้ภายในองค์กร, landing page, marketplace และ directory
เว็บไซต์และ landing pageมีคู่มือ Launch a landing page และการเผยแพร่แบบ Static สำหรับ landing page, portfolio และเว็บคู่มือ ซึ่งไม่มีหลังบ้าน
แอปมือถือแอป native สำหรับ iOS และ Android ด้วย React Native และ Expo เขียนด้วย JavaScript หรือ TypeScript โดยมี server อยู่บน Replit และตัวแอปอยู่บนมือถือ
ร้านค้าออนไลน์มีคู่มือ Build a Shopify storefront ที่ Agent เปิดร้าน Shopify แบบ development store ให้ แล้วสร้างหน้าร้านแบบ headless โดยไม่ใช้ Liquid theme หรือคลัง template
ชิ้นงานอื่นdata dashboard, แอปที่มี AI, ดีไซน์และ prototype, สไลด์, วิดีโอแอนิเมชัน และไฟล์ CSV, PDF, PowerPoint, Markdown บนแผน Starter สร้างได้เฉพาะเว็บแอปและแอปมือถือ ชนิดอื่นต้องใช้ Core
โค้ดที่ได้ยังไม่มีข้อมูลว่าเว็บแอปใช้ framework ใดเป็นค่าเริ่มต้น ที่รู้คือการนำเข้า Figma ได้ออกมาเป็นแอป React, App Testing ใช้ได้กับเว็บแอป Full Stack JavaScript และ Streamlit Python และ Agent เพิ่ม ORM กับ PostgreSQL ให้เมื่อมีข้อมูล
Templateมี design template ที่ replit.com/design แบ่งหมวด เช่น Landing Pages, Mobile, Prototypes กด Use template แล้ว Agent แปลงเป็นเว็บที่ใช้ได้จริง การสร้างแอปจาก Design frame ต้องใช้ Core หรือ Pro ส่วน starter template แยกตามภาษาและ framework แบบเดิมถูกยกเลิกแล้ว
Remixคัดลอก Replit App หรือ template สาธารณะจาก Replit Gallery มาเป็นของตัวเองได้ สำเนาเริ่มเป็น private และไม่คัดลอกการเผยแพร่ โดเมน กับการตั้งค่า connector มาด้วย
นำเข้ารับงานจาก GitHub, Bitbucket, Vercel, Figma, Claude, Bolt, Lovable, Base44, ZIP และ spreadsheet (.xlsx, .csv หรือลิงก์ Google Sheets) การนำเข้าจาก Bolt รองรับแอป Vite + React และอัปโหลด screenshot ในแชตเพื่อให้สร้างหรือปรับดีไซน์ตามได้

ฐานข้อมูล ระบบสมาชิก และการรับเงิน

ฐานข้อมูลReplit Database เป็น PostgreSQL ที่ Replit ดูแลให้ สั่ง Agent ให้เพิ่มได้ Agent จะสร้าง schema และใส่ ORM ให้ แยก database ช่วงพัฒนากับ database ของแอปจริง ตัวช่วงพัฒนาฟรีตลอด ตัวของแอปจริงคิดตามเวลาประมวลผลและพื้นที่
ระบบสมาชิกมี authentication (ระบบสมัครและเข้าสู่ระบบ) 2 แบบ Replit Auth ให้ผู้ใช้เข้าด้วยบัญชี Replit ผ่าน Google, GitHub, X, Apple หรือ Email ส่วน Clerk Auth ให้ผู้ใช้สมัครบัญชีในแอปของคุณ ด้วยอีเมลกับรหัสผ่าน หรือ Google, GitHub, Apple, X ถ้าไม่เลือก แผน Starter, Core และ Pro ได้ Clerk ส่วน Enterprise ได้ Replit Auth
ค่าใช้ Clerk Authตอนนี้ฟรี ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้รายเดือน และไม่ต้องมีบัญชี Clerk ของตัวเอง แต่อาจมีการคิดเงินตามการใช้ในอนาคต
ที่เก็บไฟล์App Storage เก็บรูป วิดีโอ และไฟล์อื่น ทำงานบน Google Cloud Storage คิด $0.015 ต่อ GiB ต่อเดือน บวกค่าส่งข้อมูลออก $0.05 ต่อ GiB และค่าต่อ operation
รับเงินบนเว็บWhop Payments ให้ Agent เปิดบัญชี Whop ให้ และต้องผ่าน KYC ก่อนถอนเงิน Stripe Payments เริ่มใน sandbox แล้วต่อบัญชี Stripe จริงเมื่อจะรับเงิน Stripe ใช้ได้เฉพาะแผน Core และ Pro ไม่มีในแผน Starter
รับเงินในแอปมือถือและขายของRevenueCat Subscriptions ใช้กับค่าสมาชิกในแอปมือถือ ส่วน Shopify ใช้กับสินค้าที่ต้องจัดส่ง
Shopifyใช้ได้ทุกแผนและทุกแอป ร้านเป็น development store ของ Replit จนกว่าคุณจะรับโอน ลิงก์รับโอนหมดอายุใน 7 วัน และต้องมีแผน Shopify แบบเสียเงินจึงจะรับออเดอร์จริงได้
อีเมลยังไม่มีข้อมูลเรื่องบริการส่งอีเมลทั่วไปในตัว Replit Auth ส่งอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน และ Clerk ส่งรหัสยืนยัน ซึ่งต้องตั้ง CNAME record ถ้าใช้โดเมนภายนอก Gmail และ Outlook มีเป็น connector
AI ในแอปที่สร้างReplit AI Integrations ให้แอปเรียกโมเดลของ OpenAI, Anthropic, Google (Gemini), Grok และ OpenRouter ได้โดยไม่ต้องมี API key คิดตามราคา API สาธารณะจาก credits ได้ผลลัพธ์เป็นข้อความ รูป และเสียง ไม่มีวิดีโอ ต้องใช้แผน Core, Pro หรือ Enterprise ส่วน Starter ใช้ API key ของตัวเองได้
Connectorsเชื่อม Google Workspace, Microsoft 365, Slack, Notion, CRM และอื่น ๆ หน้าแรกบอกว่ามีมากกว่า 100 รายการ ส่วนใหญ่ต้องใช้ Core, Pro หรือ Enterprise มีบางตัวที่แผนฟรีใช้ได้

แก้ไขแอปหลังสร้าง

แชตกับ Agentอธิบายสิ่งที่อยากเปลี่ยนหรืออาการที่เจอ และขอทีละเรื่องที่ชัดเจน
Plan Modeให้ Agent ช่วยคิดและทำรายการงานเรียงลำดับก่อนแตะโค้ดหรือข้อมูล ต้องใช้ Core ในโหมดเสียเงิน Plan Mode คิดค่าการใช้เหตุผลได้แม้ยังไม่ได้แก้โค้ด
Visual Editorคลิกที่ส่วนใดก็ได้ใน Preview หรือ Design canvas เพื่อแก้ข้อความ สี ระยะห่าง layout และรูป การแก้แบบพื้นฐานไม่กิน AI credits ส่วนที่ซับซ้อนจะส่งต่อให้ Agent ใช้ได้เฉพาะในเว็บเบราว์เซอร์ บนแผน Starter, Core และ Pro
แก้โค้ดเองProject Editor มีตัวดูและแก้ไฟล์, Shell, Console, Secrets และแผง Git และจาก Visual Editor กดไปยังตำแหน่งของส่วนนั้นในโค้ดได้
ประวัติและการย้อนกลับAgent สร้าง checkpoint ให้เอง เก็บไฟล์ บริบทการสนทนา และเลือกเก็บ database ได้ กด Rollback to here เพื่อย้อน และเดินหน้ากลับมาได้ ค่าเริ่มต้นการย้อนไม่เปลี่ยน database และไม่คืนค่า database ของแอปจริง แต่ละ checkpoint เป็น Git commit ด้วย
ตรวจและแก้ errorAgent ทดสอบและรีวิวโค้ดของตัวเองเป็นระยะ App Testing ให้ Agent ขับเบราว์เซอร์จริงแล้วแก้สิ่งที่เจอ ปิดอยู่ใน Free Mode เปิดได้ในโหมด Power หรือ Max และคิดเงินตามปริมาณงาน
งานเบื้องหลังมีบอร์ด Kanban ที่ใช้ร่วมกันและงานเบื้องหลัง Core รันได้ 1 งาน Pro 10 งาน ส่วน Starter หน้าค่าบริการ AI บอกว่า 0 งาน ขณะที่การ์ดแผน Starter บนหน้าแรกเขียนว่า Run one background task at a time

เผยแพร่และโดเมน

โฮสติ้งในตัวการ deploy (นำแอปขึ้นออนไลน์) เรียกว่า Publishing มี 4 แบบ คือ Autoscale ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นและลดเหลือศูนย์เมื่อไม่มีคนใช้, Static, Reserved VM และ Scheduled
ที่อยู่ฟรีได้ที่อยู่รูปแบบ ชื่อแอป.replit.app เปลี่ยนชื่อได้ถ้ายังว่าง ส่วน URL replit.dev ของ preview เป็นที่อยู่ชั่วคราว ไม่ใช่ลิงก์สำหรับแจกให้คนทั่วไป
โดเมนของตัวเองต่อโดเมนที่มีอยู่ผ่าน Entri หรือใส่ A record กับ TXT record เอง Replit ออกใบรับรอง TLS ให้ จ่ายเฉพาะค่าโดเมนกับผู้ขายโดเมน ไม่ได้บอกว่าต้องใช้แผนใด และต้องเผยแพร่แอปก่อน
ซื้อโดเมนใน Replitจดครั้งละ 1 ปี (.ai 2 ปี) ต่ออายุอัตโนมัติ มี WHOIS privacy รองรับ A, TXT และ MX record Replit ไม่บวกค่าธรรมเนียม ค่าจดไม่คืนเงิน ตอนนี้ซื้อได้เฉพาะบัญชีส่วนตัว ส่วน Replit Pro ยังเป็น coming soon และไม่รองรับนามสกุลโดเมนที่จำกัดพื้นที่
ป้าย Made with Replitแอปที่เผยแพร่บนแผน Starter มีป้าย Made with Replit การเอาออกต้องใช้ Core
จำนวนแอปที่เผยแพร่Starter เผยแพร่ฟรีได้ 1 แอป ลิงก์ปิดเองหลัง 30 วันและเผยแพร่ใหม่ได้ Core และ Pro เผยแพร่ได้ไม่จำกัด
กำหนดคนเข้าถึงเลือกได้ 4 ระดับโดยไม่ต้องเขียนโค้ด คือ Public, Password protected, Workspace only และ Invite only แอปใน workspace ส่วนตัวเป็น Public เป็นค่าเริ่มต้น
SEOมี SEO rating ในแผง Growth และ SEO Agent ที่ตรวจ technical SEO พร้อมแก้ในคลิกเดียว ทั้ง robots.txt, sitemap.xml, title, meta description, Open Graph และ structured data ใช้ได้บนแผนเสียเงิน เว็บที่เนื้อหาเยอะใช้ Static Deployments ที่ส่ง HTML แบบ pre-rendered ได้
พื้นที่ของ serverเลือกได้ใน Advanced ตอนเผยแพร่ มี North America, South America, Europe (EU), Asia และ Australia เลือกแล้วเปลี่ยนภายหลังไม่ได้

เอาโค้ดออกและแก้ต่อเอง

สิทธิ์ในเนื้อหาคุณยังถือสิทธิ์ทั้งหมดในเนื้อหาที่ส่งหรือแสดงบน Replit และให้สิทธิ์ Replit คัดลอก แสดง เผยแพร่ และแก้ไขเนื้อหาเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ
GitHubแผง Git สร้าง repository เชื่อม GitHub แล้ว push และ pull ได้ ใช้ GitHub CLI และ GitLab CLI ใน Shell ได้ และทุก checkpoint เป็น Git commit
ดาวน์โหลดเป็น ZIPexport โค้ดของแอปเป็นไฟล์ ZIP ได้ โดยแอดมินของแผน Enterprise ปิดความสามารถนี้ได้ด้วย Ban source code export ยังไม่มีขั้นตอนดาวน์โหลดแบบทีละขั้นให้ดู
โค้ดแอปมือถือเป็น React มาตรฐานที่คุณเป็นเจ้าของและปรับแก้เองได้ และ Replit เขียนไว้ว่า No vendor lock-in
ข้อมูลใน databaseมีรายละเอียดการเชื่อมต่อและ credentials ให้ใช้กับโปรแกรมภายนอกที่เข้ากับ PostgreSQL ได้
โฮสต์ที่อื่นไม่มีฟีเจอร์ deploy ไป Vercel, Netlify หรือ Firebase และยังไม่มีข้อมูลวิธีรันแอปนอก Replit ทางออกของโค้ดคือ push ขึ้น GitHub
สิ่งที่ผูกกับ ReplitReplit Auth, Clerk ที่ Replit ดูแล, Replit Database, App Storage, connectors และ Replit AI Integrations เป็นบริการของ Replit ยังไม่ชัดว่าเป็นอย่างไรเมื่อย้ายโค้ดไปโฮสต์ที่อื่น
เมื่อเลิกจ่ายโปรเจกต์และข้อมูลยังอยู่ครบเมื่อลดแผน ไม่มีอะไรถูกลบ แต่บน Starter เผยแพร่ได้ 1 แอปที่ปิดหลัง 30 วัน และถ้าตัดเงินไม่ผ่านต่อเนื่อง แอปที่เผยแพร่อาจถูกระงับ

ใช้โมเดลอะไร

Free ModeReplit เลือกโมเดลให้ด้วย intelligent model routing เลือกโมเดลเองไม่ได้
Power Modeแผน Core และ Pro เลือกโมเดลหลักเองหรือใช้ Auto ได้ รายการมี GPT-6 Sol, GPT-6 Luna Fast, Claude Sonnet 5 และ Claude Sonnet 4.6
Max Modeรายการมี GPT-6 Astra, Claude Fable 5.1, Claude Opus 5.5, Claude Opus 4.8, Claude Opus 5, Claude Opus 5 Fast และ Kimi K3 รุ่น Fast ต้องใช้แผน Pro หรือ Enterprise และโมเดลที่เห็นอาจต่างกันตามการทยอยเปิด การตั้งค่าองค์กร และสิทธิ์
โมเดลที่เพิ่ม October 2, 2026เพิ่ม Claude Sonnet 5.5 ใน Power Mode และ GPT-6.1 Sol ใน Max Mode ทั้งสองตัวยังไม่อยู่ในตารางรายชื่อโมเดลของตัวเลือกโมเดล
Effortตั้งได้ต่อโมเดล 5 ระดับ คือ Low, Medium, High, Extra High และ Max ระดับสูงเพิ่มค่าใช้จ่ายได้ถึงราว 2 เท่าในงานที่ยากที่สุด
Compare modelsยังเป็น beta และใช้ได้เฉพาะใน Chat รัน prompt เดียวกับโมเดลได้สูงสุด 4 ตัว แต่ละรอบใช้ credits
บริการภายนอกที่ Agent เรียกใช้Agent ใช้ API ภายนอก เช่น Claude, ChatGPT, Nano Banana / Gemini, ElevenLabs และ Brave Image Search คิดตามราคาของผู้ให้บริการจาก credits
ชื่อโหมดที่เปลี่ยนEconomy Mode ถูกยกเลิกและ Power Mode มาแทนในราคาเดิม Free Mode เปิดตัว August 21, 2026 ขณะที่หน้าแผน Starter ยังใช้ชื่อเก่า Lite build และ Full build
ตัวเลขเรื่องต้นทุนหน้าแรกเขียนว่า Intelligent Model Routing ให้ผลลัพธ์คุณภาพเท่าเดิมด้วยต้นทุนเฉลี่ยต่ำลง 65% เมื่อเทียบกับ Max Mode รุ่นก่อน เป็นตัวเลขจากหน้าแรกของ Replit เอง ไม่ใช่ผล benchmark

ภาษาไทยและการใช้ในไทย

สั่งเป็นภาษาไทยยังไม่มีข้อมูลว่าสั่ง Agent เป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษได้หรือไม่ มีเพียงคำแนะนำให้อธิบายสิ่งที่ต้องการด้วยภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
เว็บไซต์ภาษาไทยไม่มี เว็บ replit.com เป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีตัวสลับภาษา
คู่มือภาษาไทยไม่มี คู่มือมีภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส ญี่ปุ่น และเกาหลี
ทำแอปหลายภาษายังไม่มีคำแนะนำเรื่องการทำแอปหลายภาษา มีเพียงหน้า sign-in ของ Clerk ที่มีค่า localization ให้ตั้ง
ใช้ในไทยยังไม่มีรายชื่อประเทศที่ใช้ได้ ข้อตกลงห้ามเพียงการใช้ที่ขัดกฎหมายควบคุมการส่งออกหรือมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และพื้นที่ของ workspace กับการเผยแพร่มีตัวเลือก Asia
ราคาเป็นบาทราคาแสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐอย่างเดียว ไม่มีราคาเป็นบาท และราคายังไม่รวมภาษีตามที่อยู่ของคุณ
จ่ายเงินในแอปมือถือการเพิ่มวิธีจ่ายเงินสำหรับค่าใช้ตามจริงในแอปมือถือ ทำได้เฉพาะ iOS ในสหรัฐ ที่อื่นต้องทำบนเว็บ

ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

แอปเป็นสาธารณะหรือส่วนตัวข้อตกลงการใช้เขียนว่าเนื้อหาในแอปไม่ถูกเปิดต่อสาธารณะ ขณะที่นโยบายความเป็นส่วนตัวเขียนว่าเนื้อหาที่โพสต์ รวมถึงโค้ด อาจแสดงบนแพลตฟอร์มและผู้ใช้อื่นเห็นได้เป็นค่าเริ่มต้น ยังไม่ชัดว่าโปรเจกต์บนแผน Starter เป็นแบบใด
การเข้าถึงของ ReplitReplit สงวนสิทธิ์เข้าดูเนื้อหาในแอปส่วนตัวเพื่อแก้ปัญหา ปรับปรุงบริการ และดูแลความปลอดภัย
แอปที่เผยแพร่แอปที่เผยแพร่จาก workspace ส่วนตัวเปิดเป็น Public เป็นค่าเริ่มต้น ส่วนสำเนาจาก Remix เริ่มเป็น private
ใช้ข้อมูลฝึกโมเดลReplit ใช้ prompt, คำสั่ง, บริบท และคำตอบที่สร้างให้คุณ เพื่อพัฒนาโมเดลและฟีเจอร์ AI ตัวเลือกปิดชื่อ Model Improvement อยู่ที่ Settings > Personalization และมีให้แผน Pro ส่วน Enterprise ไม่ถูกใช้ฝึกโมเดล ไม่ได้บอกว่า Starter และ Core ปิดได้
ความปลอดภัยของโค้ดPackage Firewall เปิดเป็นค่าเริ่มต้น มีการสแกนช่องโหว่ของ dependency อัตโนมัติ Security Agent สแกนโค้ดก่อนเผยแพร่ และตั้งให้บล็อกการเผยแพร่เมื่อมีช่องโหว่ระดับ critical ได้ Replit เตือนว่าโค้ดที่ AI สร้างยังต้องตรวจด้านความปลอดภัย
การรับรองหน้าแรกเอ่ยถึง SSO/SAML, SOC 2 และ admin controls มีตัวแทนในสหภาพยุโรปตาม GDPR Art. 27 และมี DPA ที่ replit.com/dpa ยังไม่มีรายละเอียดการรับรองมากกว่านี้
ลบบัญชีการลบบัญชีลบเนื้อหาทั้งหมดและย้อนกลับไม่ได้
อายุผู้ใช้ต้องอายุอย่างน้อย 13 ปี และถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง

สำหรับทีมและบริษัท

Workspaceทุกบัญชีมี Personal Workspace แผนเสียเงินสร้าง Team Workspace ที่สมาชิกเข้าถึงทุกโปรเจกต์ได้ Starter ไม่มี Core มี 5 ที่นั่ง และ Pro มี 15 ที่นั่ง
Replit Proมาแทนแผน Teams เดิม ไม่มีค่าที่นั่งรายคน ใช้ credits ร่วมกัน มีการคุมงบ รับผู้ชมได้ถึง 50 คน และได้ priority support
การตั้งค่าของแต่ละคนในโปรเจกต์ที่ใช้ร่วมกัน ผู้ร่วมงานแต่ละคนมีโหมด Agent และโมเดลของตัวเอง และทุกคนเห็น checkpoint
Enterpriseมี SSO/SAML กับ SCIM, สิทธิ์ตามบทบาทและกลุ่ม, audit logs ผ่าน SIEM, connector ที่ทำเองและ OAuth app ของตัวเอง, การเชื่อม Databricks, BigQuery, Microsoft Fabric, Hex และ Snowflake ที่นั่งไม่จำกัด และอัปเกรดเองได้จากใน Replit
กฎของแอดมินแอดมิน Enterprise บังคับให้เผยแพร่แบบ private ห้ามแอปสาธารณะ บังคับสแกนความปลอดภัย กำหนดพื้นที่ของการเผยแพร่ และห้าม export โค้ดเป็น ZIP ได้
พื้นที่ของ workspaceพื้นที่ของ workspace และของการเผยแพร่เปลี่ยนไม่ได้หลังสร้าง และมีเพียงแผน Pro ที่เลือกพื้นที่ของ workspace ได้

ราคาและแผน

แผนราคาได้อะไรบ้าง
Starter$0ใช้ Agent ฟรีรายวันผ่าน Free Mode ที่มีเพดานรายวัน และมี credits รายเดือนสำหรับค่าคลาวด์ มี database ในตัว, Design Canvas และ Visual Editor เผยแพร่ได้ 1 แอปที่ปิดหลัง 30 วันและมีป้าย Made with Replit ไม่มีที่นั่งผู้ร่วมงาน ไม่มีโหมด Power และ Max, การเลือกโมเดล, Plan Mode, connectors ของบริการภายนอก, Replit AI Integrations, Stripe, SEO Agent และ preview ด้วย iOS Simulator หรือ Android Emulator ไม่ได้บอกจำนวน credits ที่ได้
Replit Core$20 ต่อเดือน หรือ $18 / month, billed annuallyFree Mode ได้ถึง 30 ชั่วโมงของแชตและ 60 โปรเจกต์ มี credits $20 สำหรับโมเดลที่แรงกว่า ได้ Plan mode, AI integrations, โหมด Power และ Max, การเลือกโมเดล, ชิ้นงานทุกชนิด, connectors และ workspace ไม่จำกัด เผยแพร่แอปได้ไม่จำกัด เอาป้าย Made with Replit ออกได้ เชิญผู้ร่วมงานได้ 5 คน รันงานเบื้องหลังได้ 1 งาน ส่งข้อมูลออกได้ 100 GiB ต่อเดือน และซื้อ credit pack หรือจ่ายตามการใช้ได้
Replit Pro$100 ต่อเดือน หรือ $90 / month, billed annuallyทุกอย่างใน Core และ Free Mode มากขึ้น มี credits $100 สำหรับโมเดลที่แรงที่สุด รัน agent ขนานกันได้ 10 ตัว ผู้ร่วมงานได้ถึง 15 คนและผู้ชม 50 คน ย้อน database ได้ถึง 28 วัน ได้ Premium Support, โมเดลรุ่น Fast, การเลือกพื้นที่ของ workspace, ตัวเลือกปิดการใช้ข้อมูลพัฒนาโมเดล และ database ช่วงพัฒนา 50 GiB credits ที่ใช้ไม่หมดทบได้ 2 เดือน และใช้ร่วมกันทั้งทีมโดยไม่มีค่าที่นั่งรายคน มีระดับ credits ที่สูงกว่านี้ แต่ยังไม่มีข้อมูลราคา
EnterpriseCustomจำนวนที่นั่งกำหนดเอง, SSO/SAML, SCIM, audit logs, Advanced privacy controls, Single-tenant environments และ Static outbound IPs ที่นั่งไม่จำกัดโดยไม่มีค่ารายหัว จ่ายแบบผูกยอด credits หรือจ่ายตามการใช้ และเนื้อหาของลูกค้าไม่ถูกใช้ฝึกโมเดล

ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่ม

  • Free Mode ของ Core และ Pro รีเซ็ตทุก 5 ชั่วโมงและมีเพดานรายสัปดาห์ ส่วน Starter มีเพดานรายวัน ดูยอดได้ที่ Settings > Usage ไม่ได้บอกตัวเลขของ Starter
  • database ช่วงพัฒนาได้พื้นที่ฟรี 20GB ต่อ Replit App และ 50GB บน Pro กับ Enterprise ส่วน database ของแอปจริงได้ 100 GiB ต่อตัวบนแผนเสียเงิน และ 1 GiB บน Starter และจะพักเองเมื่อไม่มีการใช้ 5 นาที
  • กู้ database ย้อนเวลาได้ 7 วัน และ 28 วันบนแผน Pro
  • การเผยแพร่แบบ Autoscale จะพักเมื่อไม่มีการใช้ 15 นาที
  • ที่นั่งผู้ร่วมงาน: Starter 0, Core 5, Pro 15 และผู้ชมอีก 50 คนบน Pro งานเบื้องหลังที่รันพร้อมกัน: Core 1, Pro 10
  • รัน Replit App พร้อมกันได้ไม่เกิน 20 ตัว ส่วน CPU, RAM และพื้นที่ต่อแอปขึ้นกับแผน
  • Replit App ที่ลบแล้วกู้คืนไม่ได้เมื่อพ้น 30 วัน และ database ของแอปจริงที่ลบแล้วกู้ไม่ได้เมื่อพ้น 7 วัน
  • preview ด้วย iOS Simulator และ Android Emulator มีเฉพาะ Core, Pro และ Enterprise และไม่รองรับ Firefox
  • ยังไม่มีข้อมูลขนาด context window, ขนาดโปรเจกต์, ขนาดไฟล์ที่อัปโหลดได้ และเพดานจำนวนผู้เข้าชม
  • แอปที่เผยแพร่ฟรีจะออฟไลน์หลัง 30 วันและต้องเผยแพร่ใหม่ และมีป้าย Made with Replit ที่ฝังลิงก์ referral ของคุณ
  • credits รายเดือนของ Core ที่ใช้ไม่หมดไม่ทบไปเดือนถัดไป ส่วน credit pack ($100 ราคา $100, $300 ราคา $290, $500 ราคา $480, $1,000 ราคา $950) หมดอายุ 6 เดือนหลังซื้อ
  • งานในโหมด Power และ Max คิดเงินต่อ checkpoint ตามความซับซ้อนของคำขอ จึงรู้ราคาเมื่อ checkpoint นั้นเสร็จ Effort ระดับสูงแพงขึ้นได้ราว 2 เท่า App Testing และการคิดของ Plan Mode ก็คิดเงิน Replit ถามยืนยันก่อนเริ่มงานที่เสียเงิน และควรตั้ง usage limit ใน Settings
  • ค่าโฮสต์ database ของแอปจริง App Storage และ AI Integrations หักจาก credits รายเดือนก้อนเดียวกับ Agent เมื่อเกินจะเป็นการจ่ายตามการใช้ ตั้งการแจ้งเตือน เพดานการใช้ และจุดตัดบริการได้
  • การเผยแพร่มีค่าของตัวเอง: Autoscale และ Scheduled มีค่าพื้นฐาน $2 ต่อเดือนบวกค่าตามการใช้ Reserved VM เริ่ม $15.00 ต่อเดือน ส่วน Static ฟรีและคิด $0.05 ต่อ GB ตัวอย่างเว็บธุรกิจเล็กที่มี 75,000 requests ต่อเดือนอยู่ราว $2.39
  • Stripe, connectors, Replit AI Integrations, Plan Mode, SEO Agent, การเอาป้ายออก และชิ้นงานที่ไม่ใช่เว็บแอปกับแอปมือถือ ต้องใช้ Core ขึ้นไป
  • การแก้ใน editor ไม่ขึ้นแอปจริงจนกว่าจะกด Republish และการเปลี่ยนระดับการเข้าถึงต้องยกเลิกการเผยแพร่ก่อน
  • database ช่วงพัฒนากับของแอปจริงแยกกัน ผู้ใช้ที่สร้างตอนพัฒนาด้วย Clerk Auth จะไม่มีอยู่ในแอปจริง
  • Rollback ไม่คืนค่า database เว้นแต่ติ๊ก Database และไม่คืนค่า database ของแอปจริงในทุกกรณี
  • การส่งแอปขึ้น iOS ต้องเป็นสมาชิก Apple Developer Program ซึ่งมีค่าสมาชิกรายปีและใช้เวลายืนยันตัวตนราว 1 วัน
  • บัญชีฟรีที่ไม่ได้ login 1 ปีอาจถูกปิดและ Replit App ถูกลบ บัญชีเสียเงินได้รับยกเว้น
  • ค่าสมาชิกขอคืนเงินเต็มจำนวนได้ภายใน 30 วันหลังซื้อ แต่ค่าใช้ตามจริงไม่คืน
  • ชื่อเรียกในหน้าต่าง ๆ ของ Replit ไม่ตรงกัน หน้าแผน Starter ใช้ Lite build, Full build และ daily credits ขณะที่หน้าอื่นใช้ Free Mode ที่มีเพดานรายวัน

คำถามที่คนถามเกี่ยวกับ Replit

Replit AI คืออะไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง

Replit คือเอเจนต์สร้างแอปที่ทำงานในเบราว์เซอร์ พิมพ์อธิบายสิ่งที่อยากได้ แล้ว Replit Agent จะตั้งโปรเจกต์ สร้างแอป ตรวจงาน และแก้ปัญหาเอง ใช้สร้างเว็บแอป แอปมือถือ data dashboard แอปที่มี AI ดีไซน์ สไลด์ วิดีโอแอนิเมชัน และไฟล์อย่าง PDF หรือ CSV ได้ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

Replit Core ใช้ได้เยอะไหม

Replit Core ได้ Free Mode ถึง 30 ชั่วโมงของแชตและ 60 โปรเจกต์ โดยโควตารีเซ็ตทุก 5 ชั่วโมงและมีเพดานรายสัปดาห์ และมี credits $20 ต่อเดือนสำหรับโหมด Power และ Max ที่คิดตามความซับซ้อนของงาน ไม่ได้บอกว่า 30 ชั่วโมงกับ 60 โปรเจกต์นับต่อช่วงเวลาใด และ credits ที่ใช้ไม่หมดไม่ทบไปเดือนถัดไป

Replit ราคาเท่าไร

Starter $0, Replit Core $20 ต่อเดือน ($18 ต่อเดือนเมื่อจ่ายรายปี), Replit Pro $100 ต่อเดือน ($90 ต่อเดือนเมื่อจ่ายรายปี) และ Enterprise ราคา Custom ราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่รวมภาษี และจ่ายรายปีลดได้ถึง 10%

Replit ใช้ฟรีได้ไหม ฟรีได้แค่ไหน

ใช้ได้ด้วยแผน Starter ที่ราคา $0 และไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้ Free Mode ที่มีเพดานรายวัน มี database และระบบสมาชิกในตัว เผยแพร่ได้ 1 แอปที่ลิงก์ปิดหลัง 30 วันและมีป้าย Made with Replit ไม่ได้บอกว่าโควตาฟรีมีเท่าไร

Replit ใช้ยังไง

สมัครบัญชีที่ replit.com เริ่มแชตใหม่แล้วเลือก Website หรือ Mobile app เลือกโหมด Free แล้วพิมพ์อธิบายแอปที่อยากได้ ลองใช้ใน Preview ขอแก้ทีละเรื่อง แล้วกด Publish เพื่อได้ที่อยู่ .replit.app

สร้างเสร็จแล้วเอาโค้ดออกมาได้ไหม

ได้ แผง Git push โค้ดขึ้น GitHub ได้ และ export โค้ดเป็นไฟล์ ZIP ได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลวิธีรันแอปนอก Replit และระบบสมาชิก database กับที่เก็บไฟล์เป็นบริการของ Replit

Replit ทำแอปมือถือได้ไหม

ได้ เป็นแอป native ด้วย React Native และ Expo และมีขั้นตอนพาส่งขึ้น TestFlight กับ App Store ซึ่งต้องเป็นสมาชิก Apple Developer Program ส่วนการเผยแพร่ไป Google Play ยังไม่รองรับ

ใช้โดเมนตัวเองกับ Replit ได้ไหม

ได้ หลังเผยแพร่แอปแล้วต่อโดเมนที่มีอยู่หรือซื้อโดเมนใน Replit ได้ มีใบรับรอง TLS ให้ และจ่ายเฉพาะค่าโดเมน ไม่ได้บอกว่าต้องใช้แผนใด แต่บนแผน Starter แอปยังปิดหลัง 30 วัน

ทำเว็บขายของรับเงินด้วย Replit ได้ไหม

ได้ มี Whop Payments และ Stripe Payments สำหรับเว็บ และ Shopify สำหรับสินค้าที่ต้องจัดส่ง Stripe ใช้ได้เฉพาะแผน Core และ Pro ส่วน Shopify ใช้ได้ทุกแผน แต่ต้องมีแผน Shopify แบบเสียเงินจึงจะรับออเดอร์จริงได้

ไปที่เว็บ Replit replit.com
ลิงก์อ้างอิง 58 หน้า
  1. docs.replit.com/features/agent/overview
  2. docs.replit.com/features/artifact-types/web-apps
  3. docs.replit.com/features/artifact-types/building-mobile-apps
  4. docs.replit.com/build/publish-your-app
  5. docs.replit.com/features/monetization/overview
  6. docs.replit.com/learn/projects-and-artifacts/auth
  7. docs.replit.com/features/integrations/overview
  8. docs.replit.com/billing/deployment-pricing
  9. docs.replit.com/build/import-from-providers
  10. docs.replit.com/billing/teams-billing/overview
  11. docs.replit.com/billing/plans/starter-plan
  12. docs.replit.com/billing/ai-billing
  13. docs.replit.com/legal-and-security-info/model-improvement
  14. docs.replit.com/features/auth-and-identity/overview
  15. docs.replit.com/features/publishing/deployment-types
  16. docs.replit.com/features/workspace-tools/git-interface
  17. docs.replit.com/features/publishing/custom-domains
  18. docs.replit.com/llms.txt
  19. docs.replit.com/build/your-first-app
  20. docs.replit.com/build/ecommerce-store
  21. docs.replit.com/features/agent/app-testing
  22. docs.replit.com/build/build-and-publish-from-template
  23. docs.replit.com/features/projects-and-artifacts/remix-an-app
  24. docs.replit.com/features/data-and-storage/sql-database
  25. docs.replit.com/features/auth-and-identity/clerk-auth
  26. docs.replit.com/billing/object-storage-billing
  27. docs.replit.com/features/monetization/stripe-payments
  28. docs.replit.com/features/integrations/shopify
  29. docs.replit.com/features/integrations/replit-ai-integrations
  30. docs.replit.com/design/visual-editor
  31. docs.replit.com/features/version-control/checkpoints-and-rollbacks
  32. docs.replit.com/build/domain-purchasing
  33. docs.replit.com/features/publishing/private-deployments
  34. docs.replit.com/build/improve-seo
  35. docs.replit.com/features/security/geography
  36. replit.com/terms-of-service
  37. docs.replit.com/teams/privacy-and-deployment-settings
  38. docs.replit.com/billing/plans/changing-your-plan
  39. docs.replit.com/chat/free-mode
  40. docs.replit.com/features/agent/model-selector
  41. docs.replit.com/updates/2026/10/02/changelog
  42. docs.replit.com/features/agent/agent-modes
  43. replit.com/pricing
  44. docs.replit.com/features/platforms/mobile-app
  45. replit.com/privacy-policy
  46. docs.replit.com/features/security/overview
  47. docs.replit.com/legal-and-security-info/deleting-your-data
  48. docs.replit.com/features/collaboration/team-workspaces
  49. docs.replit.com/billing/plans/replit-enterprise
  50. docs.replit.com/features/collaboration/workspace-geography
  51. docs.replit.com/billing/about-usage-based-billing
  52. docs.replit.com/billing/plans/replit-pro
  53. docs.replit.com/legal-and-security-info/usage
  54. docs.replit.com/features/additional-resources/faq
  55. docs.replit.com/chat/upload-and-use-files
  56. docs.replit.com/billing/managing-spend
  57. docs.replit.com/build/mobile-apple-account
  58. docs.replit.com/legal-and-security-info/account-inactivity